Ishigaki กำแพงหินที่ปกป้องปราสาทญี่ปุ่นมานับร้อยปี

บทความ     /     

ปกติพอเราพูดถึงงานสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น เชื่อว่าหลายท่านจะนึกถึงงานอาคารไม้ต่าง ๆ แต่ในญี่ปุ่นก็มีงานหินเช่นกัน อันได้แก่  Ishigaki (石垣) อิชิกาคิ หรือกำแพงหินแบบญี่ปุ่น โดยเราจะพบได้ตามปราสาทญี่ปุ่นและป้อมปราการ กำแพงหินเหล่านี้ก่อสร้างมาอย่างแข็งแรงที่สุด เป็นทั้งผู้ปกป้องและฐานของอาคาร เรามักพบในปราสาทประเภทต่าง ๆ ของญี่ปุ่น

.

Ishigaki (石垣) นอกจากเป็นทั้งกำแพงป้องกันโดยรอบ ยังทำหน้าที่เป็นกำแพงกันดิน เพราะปกติพื้นที่ตัวปราสาทจะถูกถมให้สูงขึ้นเป็นเนินเพื่อตั้งหอคอยและอาคารป้อมปราการซึ่งมักทำด้วยไม้ เนินเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการมองข้าศึกโดยรอบได้ แต่เนินดินอัดแน่นก็อาจพังทลายได้ง่าย จึงมีการก่อกำแพงหินโดยรอบ จัดเรียงอย่างแน่นหนาทำหน้าที่เป็นกำแพงกันดิน

.

ตัวหินบนกำแพง Ishigaki ต้องเกิดจากการเรียงกันของฝีมือช่างชั้นสูงให้มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน ช่วยป้องกันการโจมตีของข้าศึกได้ ซึ่งตัวหินที่ใช้ก่อกำแพง มีการใช้หินหลากหลายรูปแบบ ตัดตามความเหมาะสม อย่างหินแบบ kenchi-ishi 間知石 หรือที่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมและมีเดือยที่ก้นยื่นออกไปเป็นรูปโคน ช่วยให้ยึดฝังแน่นกับเนินดินได้ดี เรายังเห็นหินที่ตัดแบบนี้ได้มาจนปัจจุบัน ช่างจะนำมาทำการเรียงให้พอเหมาะพอดีไม่ให้มีช่องว่างเพื่อให้เกิดความแข็งแรงสูงสุด หินบางก้อนก็มีขนาดใหญ่ราวกับหินที่ใช้ในการสร้างปิรามิด อย่างเช่นกำแพงหินที่ปราสาทโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น มีการใช้หินที่มีขนาดใหญ่มาก สื่อให้เห็นถึงจำนวนแรงงานที่ถูกใช้สร้างปราสาทอย่างดี 

.

แต่บางครั้งก่อกำแพงยังมีช่องว่างเหลือ ช่างหินที่ทำปราสาทจะมีการตัดหินเป็นก้อนเล็ก ๆ มาแทรกให้พอดี เรียก kuri-ishi 栗石 บางครั้งก็ใช้หินที่ขุระขระยังเป็นก้อนๆไม่ได้ตัดแต่งให้เป็นสี่เหลี่ยมมาก่อกำแพงจะเรียกว่า no-ishi 野石 บางครั้งทางเดินรอบปราสาทก็จะนำเศษหินมาโรยปูถนน หินเหล่านั้นจะเรียกว่า tama-ishi 玉石

.

การก่อกำแพงยังมีรูปแบบวิธีการการเรียง มีความลาดชันที่แตกต่างกันไปตามแต่ละปราสาท ตั้งแต่กำแพงเอียงเป็นฐานปราสาทแบบ 45 องศา หรือจะเป็นแบบที่เอียง 50 องศาและส่วนปลายกำแพงตั้งชัน ส่วนแบบที่สวยงามอีกแบบที่น่าจะติดตาคนทั่วไป คือการเรียงกำแพงหินแบบ 80 องศา เรียงว่าเกือบจะตั้งชัน แต่ไม่ได้เรียงเป็นเส้นตรงธรรมดา มีการเรียงและตัดแต่งให้เป็นเส้นแอ่นโค้งสวยงาม เห็นได้ชัดเจนที่ขอบมุมฐานปราสาท 

.

อย่างเช่นที่ปราสาทฮิเมะจิ (Himeji Castle) เมืองฮิเมะจิ จังหวัดเฮียวโงะ ที่เป็นมรดกโลก ปราสาทนี้สร้างมาตั้งแต่ ปี 1580 กำแพงฐานปราสาทนี้ที่เป็นกำแพงหินถูกก่อแบบโค้งชันสวยงามมาก กำแพงหินมีสีเข้มช่วยสร้างความเข้มแข็งหนักแน่น เป็นฐานช่วยส่งเสริมให้ปราสาทไม้สีขาวด้านบนงดงามมากยิ่งขึ้น ปราสาทนี้ผ่านร้อนหนาวมามาก ตั้งแต่สงครามกลางเมืองมาจนสงครามโลกครั้งที่ 2 ปราสาทยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มีความใหญ่โตและเป็นหนึ่งในปราสาทที่รักษาความดั้งเดิมไว้ได้มากที่สุด เชื่อว่าคนไทยหลายคนคงเห็นภาพปราสาทหลังนี้ผ่านสื่อและโฆษณาแนะนำการท่องเที่ยวมาบ้าง

.

ด้วยคนไทยจำนวนมากชอบประเทศญี่ปุ่น รูปแบบผนังกำแพงหินแบบญี่ปุ่นจึงเป็นสิ่งที่ผ่านตามาไม่มากก็น้อย บางท่านอาจประทับใจถึงผิวสัมผัสแบบกำแพงหิน ด้วยสีสันที่ดูสุขุม เรียบหรู ให้ความรู้สึกอบอุ่น มั่นคงและดูหนักแน่น หลายคนอาจชอบหินธรรมชาติมาเรียงเป็นผนังเลย แต่ผมเชื่อว่าหลายคนที่ชอบแต่ผิวสัมผัสและความรู้สึกของกำแพงหินแบบญี่ปุ่น แต่ไม่ชอบความลำบากไม่เนี้ยบไม่สมบูรณ์ของหินธรรมชาติที่มักมีขนาดที่พอเหมาะพอดียาก ซึ่งอาจต้องการแรงงานจำนวนมากมาช่วยกันคัดและเรียงก่อหินให้ หรือไม่อยากให้ผนังดูหนาใหญ่โตจนเกินไป

.

หากใครต้องการหาหินมาประดับผนัง ทาง Kenzai ก็มีกระเบื้องรุ่น Harmony ที่มีความสวยงามเหมือนหินธรรมชาติ และยังเข้ารูปมากกว่าหินธรรมชาติอีกด้วยหมดปัญหาความยุ่งยากจากการใช้หินจริงมาประดับผนัง ด้วยคุณสมบัติของกระเบื้อง รุ่น Harmony การดูแลรักษายังดูแลได้ง่าย และไม่เป็นคราบเชื้อรา อีกทั้งสีสันของกระเบื้อง Harmony ยังมีให้เลือกมากถึง 7 สี หลากหลายโทนกว่าหินธรรมชาติให้คุณสามารถนำไปสร้างผนังที่เข้ากับสไตล์ของบ้านคุณได้ไม่ยาก

Your cart

No products in the cart.