ความเป็นระเบียบแบบญี่ปุ่นกับถนนปูหินIshidatami

บทความ     /     

เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น เวลาเราไปเที่ยวตามศาลเจ้า ตามที่ชมวิวธรรมชาติบนภูเขา เราจะเห็นทางเดินปูหิน ซึ่งมีชื่อเรียก Ishidatami เป็นหินแผ่นเรียบวางอย่างบรรจง เพื่อใช้เป็นทางเดินในสมัยก่อน เพราะเวลาหน้าฝนทางเดินที่เป็นพื้นดินธรรมดาอาจลื่น โดยเฉพาะบนภูเขาอาจถูกน้ำฝนชะทาง หรือทำให้เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่สะดวกต่อการเดินการใช้งาน ชาวญี่ปุ่นจึงนำแผ่นหินมาปูพื้นกัน แม้จะเป็นหินขนาดที่ไม่เท่ากัน รูปทรงแตกต่างแต่ช่างชาวญี่ปุ่นก็นำมาเรียงได้อย่างสวยงาม และบางทีก็ปูยาวข้ามเทือกเขาญี่ปุ่นจนเป็นถนนเชื่อมเมือง  ตัวอย่างของถนนแบบ Ishidatami ที่ยังหลงเหลือในปัจจุบัน เช่น ถนนสายโบราณ  Nakasendo Way ที่เป็นเสมือนทางสายหลักที่เชื่อมระหว่างเกียวโตและเอโดะ(โตเกียว) ในสมัยโบราณ 

.

Nakasendo Way แปลว่าถนนทะลุภูเขา ซึ่งเป็นถนนสำหรับการเดินเท้าข้ามเทือกเขาของประเทศญี่ปุ่น จากเมืองหลวงเก่ามายังนครเอโดะ ซึ่ง Ishidatami ก็ได้รองรับนักเดินทาง พ่อค้าที่เดินทางข้ามภูเขาไปมาหลายเป็นเวลาหลายร้อยปี โดยช่วงที่คึกคักที่สุดของ Nakasendo Way คือในช่วงราว ศตวรรษที่ 17 ที่มีการค้าขายไปมาระหว่างสองเมือง ตามข้างทางก็จะมีร้านชาร้านขนม ไว้เป็นที่พักริมทางสำหรับคนเดินทาง และจะมีหมู่บ้านที่เป็นชุมชนบริการโรงแรมที่พักเป็นจุดๆไว้ให้นักเดินทางพักผ่อนยามดึก แม้ปัจจุบันยังเหลืออยู่ไม่มากแต่ก็รับการดูแลรักษาอย่างดีจนได้รับเป็นมรดกโลก

.

ตัวอย่างของหมู่บ้านในเส้นทางเดินเท้าที่เชื่อมเมืองยิ่งใหญ่สองเมืองของญี่ปุ่น  คือหมู่บ้านในหุบเขา Kiso Valley (木曽路, Kisoji) ที่จังหวัดนากาโนะ ที่ดูแลรักษาหมู่บ้านโบราณ 3 แห่งไว้ได้อย่างดี อันได้แก่ Magome, Tsumago และ Narai ซึ่งเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ทั้ง 3 ที่  รวมถึงทางปูหิน Ishidatami ของแท้ดั้งเดิมอายุกว่า 400 ปี ได้รับการดูแลโดยชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงอาคารสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่เป็นอาคารร้านค้าที่ทำด้วยไม้ มีความงดงามอย่างมาก รายล้อมด้วยป่าเขากลางญี่ปุ่น  นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนจะอิ่มเอิบกับงานสถาปัตยกรรมไม้โบราณ หรือหากใครแข็งแรงอยากลองเดินทางปูหิน Ishidatami ตั้งแต่สมัยเอโดะ ก็มีทางเดิน Tracking ให้ลอง

.

ส่วนใครที่ชื่นชอบทางเดินปูหินแบบญี่ปุ่น ที่ช่างโบราณญี่ปุ่นเรียงหินก้อนใหญ่อย่างเป็นระเบียบ ทำมาเพื่อการกันลื่นและทนทานรองรับการใช้งาน สามารถลองสรรหากันดูได้ แต่หินธรรมชาติเองก็มีข้อเสียพอควร เพราะเป็นวัสดุธรรมชาติ เราหาของที่เนี้ยบเป๊ะอาจยาก และต้องมาเลือกรูปแบบและสีหินที่เข้ากับบ้านเรากันพอสมควร ไหนจะต้องใช้ช่างมาจัดการเรียงหินให้สวยงามปราณีต ซึ่งอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และด้วยเรื่องน้ำหนักหินที่มากทำให้การจะมาปูผนัง หรือปูพื้นชั้นสองก็เป็นเรื่องลำบาก และผิวของหินธรรมชาติก็ไม่ทนต่อสารเคมี อาจเกิดรอยด่างดวงได้ รวมถึงสามารถเกิดเชื้อราบนผิวหินได้ง่ายหากเจอความชื้นบ่อยๆ

.

แต่หากใครที่ไม่ชอบความยุ่งยาก และยังคงอยากได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่น กระเบื้อง Fuji tile ของทาง KENZAI ก็เป็นตัวเลือกที่แนะนำ ด้วยผิวสัมผัส ที่ผสมผสานความเป็นผิวหินแบบธรรมชาติกับความหรูหราเนี้ยบของกระเบื้อง ให้กลิ่นอายแบบญี่ปุ่นแก่อาคารบ้านเรือนของท่าน รับน้ำหนักได้อย่างดี และมีความเงางามแบบเซรามิกที่น่าหลงใหล อีกทั้งกระเบื้อง Fuji ยังดูแลง่าย เพราะด้วยการเคลือบผิวกระเบื้อง ทำให้ทำความสะอาดง่าย ลดปัญหาจุกจิกสำหรับเจ้าของบ้าน การติดตั้งก็ง่ายกว่าการใช้หินธรรมชาติสามารถติดตั้งได้ด้วยช่างปูกระเบื้องทั่วไป และด้วยความที่เป็นกระเบื้องจึงสามารถทนสารเคมีต่างๆได้ดีกว่าหินธรรมชาติ ซึ่งอาจจะมีคราบ มีรอยด่างดวงได้เมื่อเจอสารเคมี

.

จะนำมาปูภายนอกอาคาร กระเบื้อง Fuji ก็พร้อมรับกับทุกสภาวะอากาศเมืองไทย จะปูผนังภายในก็เสริมสร้างความเป้นญี่ปุ่นได้อย่างดี มีสีสันมากมายให้เลือกให้ท่านสามารถเลือกเฉดกระเบื้องที่ลงตัวที่สุดกับโทนสีบ้านของท่านได้รวมถึงรูปทรงกระเบื้องไม่ได้มีแต่ สี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือผืนผ้า กระเบื้อง Fuji tile ยังมีแบบสี่เหลี่ยมคางหมู และสามเหลี่ยมให้ท่านนำได้สร้างสรรได้ตามความต้องการ

Your cart

No products in the cart.